โชคชะตาโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ในมือ ! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกถลุง เบิร์นลี่ย์ ขึ้นท็อปโฟร์

ลิเวอร์พูล มีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จในเกมนัดสุดท้ายของซีซั่นนี้ หลังพวกเขาเพิ่งออกไปถล่ม เบิร์นลี่ย์ 3-0 ที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ทีมขึ้นมารั้งอันดับ 4 ได้แล้ว

ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก หลังจากนั้น “ลิเวอร์พูล” ยังคงพยายามที่จะยิงประตูเพิ่มให้ได้ และมาทำสำเร็จจาก นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน โดย 3 แต้มในแมตช์นี้ทำให้การลุ้นโควตาไปลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมสุดท้ายสนุกเข้มข้นสุดๆ

สำหรับสถานการณ์ในการลุ้นท็อปโฟร์ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงพลิกผันได้หมด ฉะนั้น เชลซี, ลิเวอร์พูล และเลสเตอร์ ต้องรักษามาตรฐานการเล่นให้ดีที่สุด แต่กระนั้น “เดอะ ฟ็อกซ์” จะค่อนข้างเสียเปรียบ เพราะนอกจากพวกเขาจะต้องเอาชนะในเกมของตัวเองให้ได้แล้ว ยังต้องภาวนให้อีก 2 ทีมสะดุดทำแต้มหลุดมือด้วย

 

1 ฟีร์มีโน่คืนฟอร์มยิงประตู

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

 

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มักจะโดนวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการทำประตูในฤดูกาลนี้ และมีการป้องปากแนะนำให้ คล็อปป์ ควรที่จะหาหน้าเป้าคนใหม่มาแทนที่ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ในช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวเยอรมัน ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ “บ็อบบี้” และเขาก็ไม่ทำให้ “บอส” ต้องผิดหวังเพราะช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟีร์มีโน่ มีส่วนกับการได้ประตูของ “หงส์แดง” อย่างต่อเนื่อง

ดาวเตะเลือดแซมบ้า สร้างโอกาสและแอสซิสต์ในแมตช์ที่ชนะ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 และยิงสองประตูในเกม “แดงเดือด” บุกถลุง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

ฟีร์มีโน่

 

ในเกมเยือน เบิร์นลี่ย์ เป็นอีกแมตช์ที่ ฟีร์มีโน่ โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ โดยสไตล์การเล่นของเขาจะเน้นการเชื่อมเกมร่วมกับแผงมิดฟิลด์ และยังครองบอลได้เหนียวแน่นเพื่อที่จะหาช่องว่างให้ทีมได้เล่นเกมบุก

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ฟีร์มีโน่ ซัดประตูเบิกร่องให้ทีมในช่วงท้ายครึ่งแรก ซึ่งเป็นประตูที่ทำให้ “หงส์แดง” เล่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และในครึ่งหลังเขามีพื้นที่ในการสร้างสรรค์เกมให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่า “บ็อบบี้” ไม่ใช่นักเตะประเภทโป้งปิดบัญชี แต่เขาจะเน้นการสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมมากกว่า ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่นักเตะยังคงเป็นส่วนหนึ่งในแผนการสร้างทีมของ คล็อปป์ เพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า

 

2 คืนนี้เป็นของแนท

 สำหรับเกมในค่ำคืนนี้คงต้องบอกว่า

 

สำหรับเกมในค่ำคืนนี้คงต้องบอกว่า นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ทำผลงานได้โดดเด่นมาก ทั้งการคุมเกมรับได้เหนียวแน่น และยังมีส่วนในเกมบุกโดยเฉพาะการขึ้นมาโหม่งทำประตูช่วยทำให้ “หงส์แดง” เล่นได้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

ผลงานของ “หนุ่มแนต” เริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ 3 เกมหลังสุดที่ได้จับคู่กับ รีส วิลเลี่ยมส์ ทั้งสองคนโชว์ฟอร์มได้เหนียวแน่นมากขึ้น แม้บางครั้งพวกเขาอาจจะยืนตำแหน่งผิดพลาดไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วทั้งสองคนคุมพื้นที่เกมรับได้ดี และมีส่วนทำลายจังหวะการยิงประตูของเบิร์นลี่ย์ได้ดีเยี่ยม

ในขณะที่ ฟิลลิปส์ ช่วงต้นเกมอาจจะมีเสียงจังหวะไปบ้าง แต่หลังจากที่ตั้งสติได้เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง จัดการไม่ให้กองหน้าของ “เดอะ คลาเร็ตส์” ได้เล่นสบาย ที่สำคัญการเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดีกะจังหวะได้แม่นยำ

 

ฟิลลิปส์

นอกจากนี้เขายังขึ้นไปโหม่งทำประตูให้ทีมนำ 2-0 และยังมีชอตเด็ดโหม่งบอลออกมาจากเส้นประตูทำให้ เบิร์นลี่ย์ ไม่ได้ลูกตีไข่แตก ฉะนั้นฟอร์มของ ฟิลลิปส์ ในเกมนี้ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมและสมบรูณ์แบบมากๆ

ดังนั้นคงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม คล็อปป์ ถึงไม่คิดเซ็นสัญญาถาวรกับ โอซาน คาบัค เพราะตอนนี้เขามี ฟิลลิปส์ ที่พร้อมเป็นตัวเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก รวมไปถึง วิลเลี่ยมส์ ที่นับวันยิ่งเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 

3 ติอาโก้ คุณภาพคับแก้ว

 ติอาโก้ อัลกันตาร่า

 

ติอาโก้ อัลกันตาร่า ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมหลายเกมติดต่อกัน และแน่นอนว่านี่คือฟอร์มที่ “หงส์แดง” รอคอยมาตลอด แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายซีซั่น แต่ก็ถือว่ามาได้ถูกจังหวะเพราะทีมกำลังต้องการความสุดยอดของเขาในการช่วยเก็บแต้มเพื่อทำอันดับติดท็อปโฟร์

สตาร์ลูกหนังชาวสแปนิช ช่วยทำให้แดนกลางของ “เดอะ เร้ดส์” มีมิติมากยิ่งข้น โดยเขามีสถิติสัมผัสบอลมากสุดในสนาม, ช่วยคุมจังหวะเกม, ครองบอลเหนียวแน่น และยังหาช่องในการผ่านบอลให้แนวรุกได้มีโอกาสกดดันเกมรับเจ้าบ้านหลายครั้ง

ที่สำคัญการได้เล่นร่วมกับ ฟาบินโญ่ ทำให้ ติอาโก้ ได้งัดฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อย่างเต็มที่ โดยในเกมนี้เขาเป็นคนที่คอยสร้างสรรค์เกมรุกให้ทีม แต่บางครั้งก็ยังลงมายืนต่ำกว่า ฟาบินโญ่ เพื่อช่วยเชื่อมเกมระหว่างกองกลางกับเซนเตอร์แบ็ก ทำให้ทีมเล่นได้เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

 

ลิเวอร์พูล

 

ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้ แฟนบอลลิเวอร์พูล คงคาดหวังได้เห็นฟอร์มสุดยอดของ ติอาโก้ ในการช่วยทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญให้ได้ ที่สำคัญในซีซั่นใหม่ หวังว่าเจ้าตัวจะรักษาฟอร์มเก่งแบบนี้เอาไว้ต่อไป เพราะนี่คือคุณภาพที่ “เดอะ เร้ดส์” ขาดหายไปนาน

ฉะนั้นหาก ติอาโก้ สามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ต่อไป งานนี้บอกเลยว่าแผงมิดฟิลด์ “หงส์แดง” จะเป็นอะไรที่ทั้งแข็งแกร่งในเกมรับ และสร้างสรรค์โอกาสในเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย

 

4 “บังโม” พลาดโอกาสนำเดี่ยวดาวซัลโว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

 

ต้องบอกเลยว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสดีเหลือเกินที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำดาวซัลโวสูงสุดในซีซั่นนี้แบบเดี่ยว หลังจาก แฮร์รี่ เคน เท้าบอดในเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แพ้ แอสตัน วิลล่า เกมลีกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่เขาดันโยนโอกาสครั้งนี้ทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

ตอนนี้ ซาลาห์ กับ เคน ซัดไป 22 ประตูในลีกเท่ากัน และ ยอดแข้งชาวแดนปิระมิด พลาดที่จะทำประตูแซงหน้า หัวหอกทีมชาติอังกฤษ เมื่อเขามีโอกาสจะๆ ถึง 2 ครั้ง แต่ดันโดน เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ กับ เบน มี ป้องกันได้อย่างสุดยอด

 

ซาลาห์

 

ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนบอล “เดอะ เร้ดส์” จะได้เห็น ซาลาห์ เล่นแบบเห็นแก่ตัวมากกว่าปกติในแมตช์นี้ และยิ่งหนักขึ้นตอนที่ทีมได้ประตูนำห่างสองประตู (ชนะ 3-0) แต่ทุกคนพอจะเข้าใจได้เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่เจ้าตัวจะยิงประตูเพื่อยืนหนึ่งในฐานะดาวซัลโวคนเดียว …..แต่ทำไม่สำเร็จ !

สำหรับในเกมสุดท้ายนี้ที่จะต้องรับมือ คริสตัล พาเลซ ถือเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ ซาลาห์ จะได้ยิงประตูต่อหน้าสาวก “เดอะ ค็อป” ในสนามแอนฟิลด์ ส่วน เคน คงต้องการเล่นให้ดีที่สุดในเกมเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ เพราะน่าจะเป็นแมตช์สั่งลาของเขาในชุด “ไก่เดือยทอง”

 

5 ชี้ชะตาท็อปโฟร์ในมือตัวเอง

ลิเวอร์พูล

 

ชัยชนะในแมตช์เยือนเบิร์นลี่ย์ ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือน และส่ง เลสเตอร์ ซิตี้ หล่นไปอยู่ในอันดับ 5 ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการพลาดโควตาไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก

ผลงานในการบุกมาทุบเจ้าน 3-0 ทำให้พวกเขามีเก็บ 66 แต้มเท่ากับ “จิ้งจอกสยาม” แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่า ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” ได้ลุ้นสนุกแน่นอนเพราะเกมสุดท้ายของซีซั่นพวกเขาได้เล่นในแอนฟิลด์ รับมือ คริสตัล พาเลซ

 

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

 

ในขณะที่ แชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาลนี้ต้องดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งถือเป็นงานที่หนักมากๆ สำหรับพวกเขา ส่วน เชลซี แม้ว่าจะมีแต้มนำทั้งสองทีมอยู่ 1 คะแนนแต่ถ้าหากพวกเขาดันพลาดท่าแพ้หรือเสมอ แอสตัน วิลล่า และ “เดอะ ฟ็อกซ์” กับ “หงส์แดง” เก็บชัยชนะได้ นั่นจะทำให้ “สิงห์บลูส์” อดโควตาท็อปโฟร์ทันที

ฉะนั้นในแมตช์วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค.นี้ การลุ้นโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความเข้มข้นอย่างมาก และผลการแข่งขันมีโอกาสออกมาได้ทั้ง 3 หน้า ซึ่งหากทีมไหนสะดุดขาตัวเอง ก็คงทำได้แค่อย่างเดียว นั่นก็คือ “ทำใจ” !!

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *