ผลการแข่งขันเกม เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้ กับการลุ้นท็อปโฟร์ของ ลิเวอร์พูล

การลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์มาถึงจุดไคลแม็กซ์ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหลือเพียงแค่ 2 แมตช์สุดท้ายของซีซั่น และตอนนี้การคว้าโควตาไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความเข้มข้นสุดๆ

สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขากลับมามีลุ้นติดท็อปโฟร์อีกครั้งหลังพวกเขาเก็บแต้มเป็นว่าเล่นเมื่อคว้าชัยชนะ 6 แมตช์และเสมอ 2 เกมทำให้ตอนนี้ทีมขึ้นมารั้งอันดับ 5 มี 63 แต้มตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 แค่แต้มเดียว (64 คะแนน) และห่างจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 3 คะแนน (66 คะแนน) เท่านั้น

เหมือนฟ้าสวรรค์จะเป็นใจเหลือเกินเพราะ เชลซี กับ เลสเตอร์ ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีคิวต้องปะทะกันในเกมลีกวันอังคารที่ 18 พฤษภาคมนี้ ฉะนั้นผลการแข่งขันของคู่นี้จะมีความหมายกับ “หงส์แดง” อย่างมาก

ในกรณีที่ เชลซี ชนะ

 เชลซี

ทีมของกุนซือโธมัส ทูเคิ่ล มุ่งมั่นที่จะแก้แค้น เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้หลังจากที่พวกเขาต้องพลาดท่าให้กับ “จิ้งจอกสยาม” ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าหาก “สิงโตน้ำเงินคราม” สามารถสยบทีมของกุนซือเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้ จะทำให้พวกเขาแซงหน้า “เดอะ ฟ็อกซ์” ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 พร้อมมีแต้มเหนือกว่า 1 คะแนนทันที และหากชนะ แอสตัน วิลล่า ในเกมสุดท้ายจะทำให้พวกเขาการันตีท็อปโฟร์

เชลซี ชนะ

ส่วน เลสเตอร์ ต้องเจอกับแรงกดดันจาก ลิเวอร์พูล ทันที และทั้งสองทีมต้องมาขับเคี่ยวแย่งชิงอันดับ 4 โดยในเวลานี้ “หงส์แดง” ตามหลัง “สุนัขจิ้งจอก” เพียงสามแต้มเท่านั้น พร้อมกับมีผลต่างประตูได้เสียเท่ากันอยู่ที่ 21 ประตู

ฉะนั้นหากในแมตช์ปะทะ เบิร์นลี่ย์ วันพุธที่ 19 พ.ค.นี้  ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ สามารถคว้าชัยชนะได้ นั่นจะทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากับ เลสเตอร์ งานนี้เกมสุดท้ายของซีซั่นในวันอาทิตย์คงจะมันหยดเลยทีเดียว

 

ในกรณีที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ

เลสเตอร์

สามคะแนนในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะเป็นการการันตีให้ เลสเตอร์ คว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างเป็นทางการ เนื่องจากพวกเขาจะมี 69 แต้ม และ เชลซี ไม่มีทางที่จะทำแต้มไล่ทันเพราะเหลือแค่เกมเดียวเท่านั้น

ในส่วนของสถานการณ์นี้ ลิเวอร์พูล ยังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวล เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องชนะทั้งสองเกมที่เหลืออยู่ให้ได้ เพื่อที่จะมีแต้มแซงหน้า เชลซี ไม่อย่างนั้นความพยายามที่ทำมาตลอดจะกลายเป็นสูญเปล่าทันที

เลสเตอร์ ซิตี้

สำหรับ เชลซี ต้องเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ให้ได้ และหวังให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ลื่นสะดุดขาตัวเองในเกมที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ หรือแมตช์ปะทะ คริสตัน พาเลซ ที่สนามแอนฟิลด์

หากเกิดกรณีที่ ลิเวอร์พูล ชนะ 1 และเสมอ 1 ในสองแมตช์ที่เหลือ และ เชลซี แพ้ 1 ชนะ 1 จะทำให้ทั้งสองทีมมี 67 แต้มเท่ากัน งานนี้ก็ต้องมาลุ้นผลต่างประตูได้เสีย และทีมใดเหนือกว่าก็คว้าโควต้าสุดท้ายถ้วยใบโตยุโรปไปครอง

 

ในกรณีที่ เชลซี เสมอ เลสเตอร์

เชลซี

ถ้าหากแมตช์ที่ “เดอะ บริดจ์” เจ้าบ้านกับทีมเยือนไม่สามารถหาผู้ชนะกันได้ พวกเขาก็จะได้เพิ่มทีมละแต้ม นั่นหมายความว่าอันดับท็อปโฟร์ จะต้องมีการฟาดฟันกันในวันสุดท้ายของฤดูกาล เพื่อการันตีว่าทีมใดจะได้ตั๋วไปลุยโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์”

แน่นอนว่าผลเสมอค่อนข้างจะเป็นเรื่องดีสำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะถ้าพวกเขาสามารถบุกชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้สำเร็จ จะทำให้แต้มพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ ฉะนั้นในเกมวันอาทิตย์ จะเป็นการชี้ชะตาของทั้งสามสโมสรทันที

สำหรับเกมสุดท้ายหาก เลสเตอร์ เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นั่นจะทำให้พวกเขามี 68 คะแนน และหาก เชลซี สอย วิลล่า ได้สำเร็จก็จะมีแต้มเท่านั้น ซึ่งงานนี้ก็ต้องไปวัดผลต่างประตูได้เสีย

เชลซี เสมอ เลสเตอร์

ในขณะที่ถ้า ลิเวอร์พูล ชนะแมตช์รับมือ คริสตัล พาเลซ (หลังชนะเบิร์นลี่ย์) จะทำให้ทีมมี 69 แต้ม ได้สิทธิ์ไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที ดังนั้นในกรณีนี้ทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” จะเสียเปรียบมากๆ

แต่ถ้าเกม เลสเตอร์ ดันแพ้ สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล กับ เชลซี เก็บชัยชนะในเกมของพวกเขาได้ ทีมที่จะต้องเสียใจก็คือแชมป์เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาลนี้ !!

อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลต้องขึ้นอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพราะหากคู่แข่งสะดุดขาตัวเองแล้ว แต่ถ้า “หงส์แดง” ไม่สามารถเก็บชัยชนะทั้ง 2 เกมได้ก็ไม่จำเป็นต้องไปโทษใคร นอกจากโทษตัวเอง !!

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *